หลวงปู่บุญ วัดกลาง บางแก้ว ประวัติ
หลวงปู่บุญ ขันธโชติ แห่งวัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม คือพระเกจิอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้รับการเคารพศรัทธาอย่างสูงสุดจากพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า บารมีของท่านเป็นที่ประจักษ์และยอมรับในวงกว้าง ตั้งแต่สามัญชนทั่วไปที่เดินทางมาขอพึ่งใบบุญ ไปจนถึงพระบรมวงศานุวงศ์ที่ให้ความเคารพนับถือ ชื่อเสียง เกียรติคุณ และความศักดิ์สิทธิ์ของท่านได้จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการพระเครื่องและพระเกจิอาจารย์ไทยอย่างไม่มีวันลบเลือน
1. ปฐมวัยและการเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์
- วันเกิด: พ.ศ. 2391
- ภูมิลำเนาเดิม: จังหวัดสมุทรสาคร
- เหตุแห่งการบรรพชา: ท่านได้ตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์หลังจากบิดาของท่านได้ถึงแก่กรรม
- วัดที่บรรพชา: วัดกลางบางแก้ว ซึ่งในขณะนั้นยังใช้ชื่อเดิมว่า “วัดคงคาราม”
2. สุดยอดครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์วิชา
ครูบาอาจารย์ | วิชาที่ได้รับการถ่ายทอด |
พระปลัดปาน | วิชาวิปัสสนากรรมฐานและอภิญญาต่างๆ |
พระปลัดทอง | วิชาเกี่ยวกับปรอท และการเรียกปรอท |
3. อภิญญาบารมีอันเป็นที่ประจักษ์
- การบังคับสัตว์: มีบันทึกจากประจักษ์พยานซึ่งรวมถึง พันตำรวจเอก ชีวิต ที่เล่าว่า หลวงปู่บุญสามารถเรียกอีกาให้เดินมาหาอย่างนอบน้อมได้ หรือแม้กระทั่งสั่งให้นกเขาที่บินมาอย่างปราดเปรียวให้เดินขึ้นมาบนฝ่ามือของท่าน แล้วสั่งให้ยกปีกซ้ายและปีกขวาได้ตามคำสั่งอย่างน่าอัศจรรย์
- วิชาเรียกปรอท: หลวงปู่บุญยอมรับด้วยความถ่อมตนว่าพระปลัดทอง อาจารย์ของท่านมีความสามารถในวิชานี้เหนือกว่า โดยพระปลัดทองสามารถเรียกปรอทจากอากาศธาตุให้มารวมตัวกันเป็นมวลสารได้โดยตรง ขณะที่ตัวท่านเองต้องใช้วิธีดักจับเอาจากน้ำค้างบนยอดหญ้าแทน ซึ่งปรอทที่เรียกมาในขั้นต้นนั้น จะปรากฏเป็น มวลสารสีเขียวเรืองๆ ดุจแสงจากหิ่งห้อย ก่อนที่จะนำไปผ่านกรรมวิธีหุงและเสกจนกลายเป็นปรอทสีเงินที่เราคุ้นเคยกัน
- วิชากุมพันธ์ทดน้ำ: พระปลัดทองเคยแสดงอภินิหารเสกทรายโปรยไว้รอบวัดเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเข้ามาในเขตวัดได้ ซึ่งวิชานี้เป็นที่รู้จักในนาม “วิชากุมพันธ์ทดน้ำ” โดยหลวงปู่บุญได้นำวิชาเสกทรายนี้มาประยุกต์ใช้ในภายหลัง เพื่อมอบให้แก่ชาวบ้านนำไปโรยตามหลุมเสาเรือนสำหรับป้องกันอัคคีภัยและเหล่าปลวกมอดต่างๆ
4. ศูนย์รวมแห่งศรัทธา: จากพระเถระถึงเจ้านาย
- สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร: ท่านเป็น 1 ใน 4 พระเกจิอาจารย์ที่สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ทรงให้ความเคารพและนิมนต์ให้เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกครั้งสำคัญอยู่เสมอ
- เจ้าคุณสุนทรสมาจารย์ (พรหม) วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร: ท่านเป็นสหธรรมิก (เพื่อนร่วมในพระธรรมวินัย) ที่สนิทสนมกันเป็นอย่างยิ่ง และเป็นผู้มอบ “ตำราปราบหงสา” อันล้ำค่าให้แก่หลวงปู่บุญ ซึ่งมีการวิเคราะห์กันในหมู่ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ว่า ที่ท่านมอบตำรานี้ให้ อาจเป็นเพราะพลังจิตของท่านอาจไม่สอดคล้องกับวิชาในตำรา หรืออาจเป็นเพราะท่านมีศาสนกิจมากจนไม่มีเวลาศึกษาอย่างเต็มที่
5. มรดกแห่งความศักดิ์สิทธิ์: วัตถุมงคลเลื่องชื่อ
วัตถุมงคล | พุทธคุณ / ที่มาโดยย่อ | วัสดุที่นิยมสูงสุด |
พระสะดุ้งกลับ | สร้างขึ้นเพื่อกลับเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี เป็นยอดแห่งเมตตามหานิยมและแคล้วคลาด | เนื้อยาจินดามณี ซึ่งเป็นตำรับยาโบราณที่สืบทอดมาจากสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว อาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช |
พระเจ้าสัว (ซุ้มกระจัง) | สร้างขึ้นตามคำแนะนำของเจ้าคุณสุนทรฯ เพื่อหาทุนทรัพย์ในการบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ภายในวัด | เนื้อเงิน / เนื้อทองแดง |
เบี้ยแก้ | เครื่องรางเอกลักษณ์ ใช้ป้องกันคุณไสย มนต์ดำ และสิ่งชั่วร้ายต่างๆ | เบี้ยที่บรรจุปรอท ปิดผนึกด้วย ชันโรง (ชันจากผึ้งขนาดเล็ก) แล้วจึงลงจารอักขระกำกับ |
บทสรุป
หลวงปู่บุญ ขันธโชติ คือ “อาจารย์ใหญ่” แห่งเมืองนครปฐมโดยแท้จริง ท่านเป็นพระเถระผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี มีอภิญญาญาณแก่กล้า และเป็นที่พึ่งทางใจให้แก่ผู้คนทุกระดับชั้นอย่างไม่แบ่งแยก เรื่องราวแห่งคุณงามความดีและอภินิหารของท่านยังคงถูกเล่าขานสืบต่อมา พร้อมกับวัตถุมงคลอันศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านได้สร้างไว้ ซึ่งยังคงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาและแสวงหาของผู้คนจากอดีตจวบจนปัจจุบัน สมดังเป็นมรดกธรรมที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย



