ประวัติหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

หลวงปู่บุญ วัดกลาง บางแก้ว

หลวงปู่บุญ วัดกลาง บางแก้ว ประวัติ

หลวงปู่บุญ ขันธโชติ แห่งวัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม คือพระเกจิอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้รับการเคารพศรัทธาอย่างสูงสุดจากพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า บารมีของท่านเป็นที่ประจักษ์และยอมรับในวงกว้าง ตั้งแต่สามัญชนทั่วไปที่เดินทางมาขอพึ่งใบบุญ ไปจนถึงพระบรมวงศานุวงศ์ที่ให้ความเคารพนับถือ ชื่อเสียง เกียรติคุณ และความศักดิ์สิทธิ์ของท่านได้จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการพระเครื่องและพระเกจิอาจารย์ไทยอย่างไม่มีวันลบเลือน

1. ปฐมวัยและการเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์

หลวงปู่บุญ วัดกลาง บางแก้ว มีประวัติในช่วงต้นของชีวิตที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่นำท่านเข้าสู่เส้นทางแห่งธรรมะอย่างเต็มตัว
  • วันเกิด: พ.ศ. 2391
  • ภูมิลำเนาเดิม: จังหวัดสมุทรสาคร
  • เหตุแห่งการบรรพชา: ท่านได้ตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์หลังจากบิดาของท่านได้ถึงแก่กรรม
  • วัดที่บรรพชา: วัดกลางบางแก้ว ซึ่งในขณะนั้นยังใช้ชื่อเดิมว่า “วัดคงคาราม”
ที่มาของชื่อ “วัดกลางบางแก้ว” นั้นเกิดจากการที่สมเด็จพระสังฆราช (เข) ได้เสด็จมายังบริเวณนี้ และทอดพระเนตรเห็นว่าวัดคงคารามตั้งอยู่ ณ ตำแหน่งศูนย์กลางระหว่างวัดใหมสุคนธารามและวัดตุ๊กตาในคลองบางแก้ว จึงได้ประทานนามให้ใหม่ว่า “วัดกลางบางแก้ว” ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้สืบมาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์แล้ว หลวงปู่บุญได้มุ่งมั่นศึกษาพระธรรมวินัยและสรรพวิชาต่างๆ จากครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณอย่างไม่ลดละ ซึ่งเป็นรากฐานแห่งอภิญญาบารมีของท่านในเวลาต่อมา

2. สุดยอดครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์วิชา

หลวงปู่บุญ วัดกลาง บางแก้ว มีพระอุปัชฌาย์และพระกรรมวาจาจารย์ผู้เป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ท่าน คือ พระปลัดปาน และ พระปลัดทอง ซึ่งท่านได้ศึกษาศาสตร์แขนงต่างๆ จากครูบาอาจารย์ทั้งสองดังนี้
ครูบาอาจารย์
วิชาที่ได้รับการถ่ายทอด
พระปลัดปาน
วิชาวิปัสสนากรรมฐานและอภิญญาต่างๆ
พระปลัดทอง
วิชาเกี่ยวกับปรอท และการเรียกปรอท
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิชาการทำปรอทนั้น มีสายวิชาที่สืบทอดกันมาอย่างน่าอัศจรรย์จนมาถึงหลวงปู่บุญ ซึ่งได้รับการยืนยันในตำราเก่าแก่เช่น “ตำราของอาจารย์กา วัดแคร์” โดยมีลำดับดังต่อไปนี้
1. หลวงปู่รอด วัดนายโรง: ท่านคือผู้คิดค้นและเป็นปฐมบทแห่งวิชาปรอท
2. ปู่แขก วัดบางดำรุ: ศิษย์ผู้ได้รับการถ่ายทอดวิชาต่อจากหลวงปู่รอด ซึ่งท่านเป็น ชีปะขาว (ผู้ถือศีลนุ่งขาวห่มขาว) มิใช่พระภิกษุ
3. พระปลัดทอง: ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนวิชากับปู่แขก
4. หลวงปู่บุญ: ได้รับการถ่ายทอดวิชาปรอทต่อจากพระปลัดทองผู้เป็นอาจารย์ของท่าน
สรรพวิชาที่ได้ร่ำเรียนมาอย่างแก่กล้านี้เอง ได้ปรากฏเป็นอภินิหารและความสามารถอันน่าอัศจรรย์ของหลวงปู่บุญ ซึ่งเป็นที่กล่าวขานและเล่าสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

3. อภิญญาบารมีอันเป็นที่ประจักษ์

เรื่องราวความสามารถเหนือธรรมชาติของหลวงปู่บุญและครูบาอาจารย์ของท่านนั้นมีอยู่มากมาย แต่เรื่องที่โดดเด่นและเป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจน มีดังนี้
  • การบังคับสัตว์: มีบันทึกจากประจักษ์พยานซึ่งรวมถึง พันตำรวจเอก ชีวิต ที่เล่าว่า หลวงปู่บุญสามารถเรียกอีกาให้เดินมาหาอย่างนอบน้อมได้ หรือแม้กระทั่งสั่งให้นกเขาที่บินมาอย่างปราดเปรียวให้เดินขึ้นมาบนฝ่ามือของท่าน แล้วสั่งให้ยกปีกซ้ายและปีกขวาได้ตามคำสั่งอย่างน่าอัศจรรย์
  • วิชาเรียกปรอท: หลวงปู่บุญยอมรับด้วยความถ่อมตนว่าพระปลัดทอง อาจารย์ของท่านมีความสามารถในวิชานี้เหนือกว่า โดยพระปลัดทองสามารถเรียกปรอทจากอากาศธาตุให้มารวมตัวกันเป็นมวลสารได้โดยตรง ขณะที่ตัวท่านเองต้องใช้วิธีดักจับเอาจากน้ำค้างบนยอดหญ้าแทน ซึ่งปรอทที่เรียกมาในขั้นต้นนั้น จะปรากฏเป็น มวลสารสีเขียวเรืองๆ ดุจแสงจากหิ่งห้อย ก่อนที่จะนำไปผ่านกรรมวิธีหุงและเสกจนกลายเป็นปรอทสีเงินที่เราคุ้นเคยกัน
  • วิชากุมพันธ์ทดน้ำ: พระปลัดทองเคยแสดงอภินิหารเสกทรายโปรยไว้รอบวัดเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเข้ามาในเขตวัดได้ ซึ่งวิชานี้เป็นที่รู้จักในนาม “วิชากุมพันธ์ทดน้ำ” โดยหลวงปู่บุญได้นำวิชาเสกทรายนี้มาประยุกต์ใช้ในภายหลัง เพื่อมอบให้แก่ชาวบ้านนำไปโรยตามหลุมเสาเรือนสำหรับป้องกันอัคคีภัยและเหล่าปลวกมอดต่างๆ
นอกเหนือจากอภิญญาญาณแล้ว หลวงปู่บุญยังเป็นครูผู้สอนกรรมฐานที่สำคัญ ในปี พ.ศ. 2454 ท่านได้สร้างศาลาขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้ฆราวาสและประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาและปฏิบัติธรรม ซึ่งมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ด้วยบารมีและคุณธรรมอันสูงส่ง ทำให้ชื่อเสียงของหลวงปู่บุญเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ไม่เพียงแต่ในหมู่ประชาชนทั่วไป แต่ยังรวมถึงในหมู่คณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่และเจ้านายชั้นสูงอีกด้วย

4. ศูนย์รวมแห่งศรัทธา: จากพระเถระถึงเจ้านาย

บารมีของหลวงปู่บุญ วัดกลาง บางแก้ว เป็นที่เคารพยำเกรงในหมู่พระสงฆ์ ถึงขนาดมีธรรมเนียมปฏิบัติว่า พระภิกษุในเขตจังหวัดนครปฐมที่ประสงค์จะออกธุดงค์ จะต้องเดินทางมายังวัดกลางบางแก้วเพื่อกราบขออนุญาตต่อหน้ารูปของท่านก่อนเสมอ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความคุ้มครองป้องกันภัย
นอกจากนี้ ท่านยังมีความสัมพันธ์อันดีกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
  • สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร: ท่านเป็น 1 ใน 4 พระเกจิอาจารย์ที่สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ทรงให้ความเคารพและนิมนต์ให้เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกครั้งสำคัญอยู่เสมอ
  • เจ้าคุณสุนทรสมาจารย์ (พรหม) วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร: ท่านเป็นสหธรรมิก (เพื่อนร่วมในพระธรรมวินัย) ที่สนิทสนมกันเป็นอย่างยิ่ง และเป็นผู้มอบ “ตำราปราบหงสา” อันล้ำค่าให้แก่หลวงปู่บุญ ซึ่งมีการวิเคราะห์กันในหมู่ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ว่า ที่ท่านมอบตำรานี้ให้ อาจเป็นเพราะพลังจิตของท่านอาจไม่สอดคล้องกับวิชาในตำรา หรืออาจเป็นเพราะท่านมีศาสนกิจมากจนไม่มีเวลาศึกษาอย่างเต็มที่
ในส่วนของฝ่ายเจ้านายนั้น ความศรัทธาที่มีต่อหลวงปู่บุญปรากฏชัดในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เมื่อ พระองค์เจ้าอาทิทิพอาภา ได้เสด็จมาขอพึ่งบารมี หลวงปู่บุญได้ทำพิธีอาบน้ำมนต์และมอบ “พระสะดุ้งกลับ” ให้แก่พระองค์ท่าน ซึ่งต่อมาเหตุการณ์ร้ายต่างๆ ได้กลับกลายเป็นดี จนกระทั่งพระองค์เจ้าอาทิทิพอาภาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในที่สุด
บารมีและพุทธคุณของหลวงปู่บุญไม่เพียงแต่ปรากฏผ่านตัวท่านเท่านั้น แต่ยังได้ถูกส่งต่อและจรรโลงไว้ในรูปแบบของวัตถุมงคลอันเลื่องชื่อ ซึ่งกลายเป็นมรดกอันศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนแสวงหามาจนถึงปัจจุบัน

5. มรดกแห่งความศักดิ์สิทธิ์: วัตถุมงคลเลื่องชื่อ

วัตถุมงคลของหลวงปู่บุญล้วนมีพุทธคุณสูงส่งและเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่นักสะสม โดย 3 ชนิดที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงที่สุด ได้แก่
วัตถุมงคล
พุทธคุณ / ที่มาโดยย่อ
วัสดุที่นิยมสูงสุด
พระสะดุ้งกลับ
สร้างขึ้นเพื่อกลับเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี เป็นยอดแห่งเมตตามหานิยมและแคล้วคลาด
เนื้อยาจินดามณี ซึ่งเป็นตำรับยาโบราณที่สืบทอดมาจากสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว อาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
พระเจ้าสัว (ซุ้มกระจัง)
สร้างขึ้นตามคำแนะนำของเจ้าคุณสุนทรฯ เพื่อหาทุนทรัพย์ในการบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ภายในวัด
เนื้อเงิน / เนื้อทองแดง
เบี้ยแก้
เครื่องรางเอกลักษณ์ ใช้ป้องกันคุณไสย มนต์ดำ และสิ่งชั่วร้ายต่างๆ
เบี้ยที่บรรจุปรอท ปิดผนึกด้วย ชันโรง (ชันจากผึ้งขนาดเล็ก) แล้วจึงลงจารอักขระกำกับ

บทสรุป

หลวงปู่บุญ ขันธโชติ คือ “อาจารย์ใหญ่” แห่งเมืองนครปฐมโดยแท้จริง ท่านเป็นพระเถระผู้เปี่ยมด้วยเมตตาบารมี มีอภิญญาญาณแก่กล้า และเป็นที่พึ่งทางใจให้แก่ผู้คนทุกระดับชั้นอย่างไม่แบ่งแยก เรื่องราวแห่งคุณงามความดีและอภินิหารของท่านยังคงถูกเล่าขานสืบต่อมา พร้อมกับวัตถุมงคลอันศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านได้สร้างไว้ ซึ่งยังคงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาและแสวงหาของผู้คนจากอดีตจวบจนปัจจุบัน สมดังเป็นมรดกธรรมที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

เนื้อหาโดย
เนื้อหาอื่นๆที่น่าสนใจ
ร้านพระเครื่องชัยภาคี
รับเช่า ให้เช่า จัดหา รับฝาก แลกเปลี่ยน พระเครื่องวัตถุงมงคลไทยสากลนิยม